EquiptmentPlus CATALOG

ระบบตรวจสอบลมยาง TPMS สำคัญอย่างไรกับรถไฟฟ้า

ระบบตรวจสอบลมยาง TPMS สำคัญอย่างไรกับรถไฟฟ้า
ที่มา: Wikimedia Commons

ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง หรือ TPMS (Tire Pressure Monitoring System) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีน้ำหนักตัวมากและอาศัยหน้ายางในการรองรับแรงบิดสูง การมีระบบ TPMS ที่ทำงานได้แม่นยำจึงมีความสำคัญยิ่งกว่ารถยนต์ทั่วไป

เหตุผลที่รถไฟฟ้าต้องใส่ใจแรงดันลมยางเป็นพิเศษ

น้ำหนักของแบตเตอรี่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าหนักกว่ารถยนต์น้ำมันในระดับเดียวกันมาก แรงดันลมยางที่ไม่เหมาะสมจึงส่งผลกระทบต่อการทรงตัวและระยะเบรกได้มากกว่า นอกจากนี้ลมยางที่ต่ำเกินไปยังเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างยางกับถนน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

หลักการทำงานของเซ็นเซอร์ TPMS

เซ็นเซอร์ TPMS ส่วนใหญ่ติดตั้งอยู่ภายในล้อบริเวณวาล์วลมยาง ทำหน้าที่วัดแรงดันและอุณหภูมิภายในยางแบบเรียลไทม์ แล้วส่งสัญญาณไปยังหน้าจอแสดงผลในห้องโดยสาร เมื่อแรงดันลมยางต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ ระบบจะแจ้งเตือนทันทีเพื่อให้ผู้ขับตรวจสอบและเติมลมก่อนเกิดอันตราย

ตรวจสอบแบตเตอรี่ของเซ็นเซอร์เป็นระยะ

เซ็นเซอร์ TPMS แบบฝังในล้อมักใช้แบตเตอรี่ในตัวที่มีอายุการใช้งานจำกัด โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5-10 ปี เมื่อแบตเตอรี่ของเซ็นเซอร์หมดอายุ ระบบจะไม่สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนได้อีก ควรให้ช่างตรวจสอบสถานะเซ็นเซอร์ทุกครั้งที่เข้ารับบริการเปลี่ยนยางหรือตรวจเช็คระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบยังทำงานได้ปกติ

อย่าละเลยไฟเตือน TPMS แม้ยางจะดูปกติ

บางครั้งไฟเตือน TPMS อาจติดขึ้นมาทั้งที่ยางดูเหมือนไม่แบน ซึ่งอาจเกิดจากแรงดันลมยางลดลงทีละน้อยตามธรรมชาติหรือจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายนอก ไม่ควรเพิกเฉยต่อไฟเตือนนี้ ควรตรวจวัดแรงดันลมยางด้วยเครื่องวัดทันทีและเติมลมให้ได้ค่ามาตรฐานตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้บริเวณกรอบประตูรถ

ตรวจลมยางด้วยตนเองควบคู่กับระบบ TPMS

แม้จะมีระบบ TPMS ช่วยแจ้งเตือนแล้ว ก็ยังควรตรวจสอบแรงดันลมยางด้วยตนเองเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เนื่องจากระบบ TPMS ส่วนใหญ่ออกแบบมาให้แจ้งเตือนเมื่อลมยางต่ำถึงระดับที่เป็นอันตรายแล้วเท่านั้น การตรวจเช็คด้วยตนเองช่วยให้รักษาแรงดันลมยางที่เหมาะสมได้ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลดีทั้งต่อความปลอดภัยและระยะทางการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า